“ลาดกระบัง” จะกลายเป็นชุมทางการเดินทางใหม่สำหรับสายตะวันออก – “Ladkrabang” Potential to be a new public transportation hub to the east ?

เริ่มต้นที่สถานีพญาไท ราชปรารภ มักกะสัน รามคำแหง หัวหมาก บ้านทับช้าง ลาดกระบัง และสุวรรณภูมิ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 28-30 นาที ซึ่งจะเปิดให้บริการ ตั้งแต่เวลา 05.00-01.00 น. มีขบวนรถให้บริการทุก ๆ 20 นาที … ข้อมูลมาจากหนังสือพิมพ์ ที่ว่า Airport Link จะเปิดดำเนินการเร็วๆ นี้ซึ่ง เป็นสิ่งที่น่าสนใจ เลยขอฟุ้งเรื่องนี้ซักหน่อยครับ

เมื่อ Airport Link เปิดใช้งาน สิ่งที่จะเป็นไปได้อย่างมากคือ การยกระดับความสำคัญของพื้นที่ลาดกระบัง กลายเป็นศูนย์กลางการเดินทางไปยังพื้นที่ตะวันออก ชลบุรี ระยอง และอาจจะไปถึงจันทบุรี และตราด เหตุที่จะเป็นไปได้ มาดูกันนะครับ

เริ่มต้นเลยจากการเดินทางของคนกรุงเทพไปยังพื้นที่ตะวันออก มีทั้งพนักงานโรงงานและบริษัทในนิคมอุตสาหกรรม ทั้งโซนอมตะนคร อิสเทิร์นซีบอร์ด แหลมฉบัง มาบตาพุด นักเรียน ข้าราชการ และ นักท่องเที่ยว โซนชลบุรี พัทยา ระยอง จันทรบุรี ตราด การเดินทางระหว่าง จุดเหล่านี้ เข้ากรุงเทพ หากขับรถ รถก็จะมาติดช่วงโซนลาดกระบัง ซึ่งมีระยะทางประมาณ 24 กิโลเมตร นอกจากจะเสียเวลา ก็ยังเสีย ค่าน้ำมันรถ ค่าทางด่วนอีก และหากเป็นเวลาเร่งด่วน เช่น เย็นวันศุกร์ หรือศุกร์สิ้นเดือน ก็จะยิ่งมีรถติดอย่างมาก

การเดินทางไปพื้นที่เหล่านี้ จำเป็นต้องใช้รถสถานเดียว (เนื่องจากยังไม่มีใครกล้าลงทุนเส้นทางรถไฟฟ้าสุวรรณภูมิ-พัทยา) การใช้รถหากไม่ใช้รถส่วนตัว ก็ต้องใช้รถสาธารณะอื่น เช่น รถตู้ รถบัส แต่การใช้รถส่วนตัวดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้สำหรับคนที่มีรถอยู่ หรือมีฐานะพอที่จะเสียเงินกับการเดินทางโดยรถส่วนตัว เนื่องจากข้อจำกัดทางเวลา ถึงแม้ว่า ค่าใช้จ่ายในการขับรถจะแพงกว่ารถสาธารณะ

ตัวอย่างเช่น พ่อบ้าน บ้านอยู่ประตูน้ำ มีที่ทำงานอยู่อีสเทิร์นซีบอร์ด เข้างาน 7:50 เลิกงาน 17:30

กรณีเดินทางออกนอกเมือง
กรณีใช้รถส่วนตัว สามารถออกเดินทางเวลา 6:10 ได้
กรณีใช้รถตู้ ต้องไปให้ทันรถบริการของที่ทำงาน 7:20 จึงต้องขึ้นรถตู้ก่อนเวลา 5:30 เนื่องจากรถตู้จะมีการแวะรับรายทาง ซึ่งเท่ากับว่าออกจากบ้านประมาณ 5:10 นาฬิกา

ขากลับเข้ากรุงเทพฯ
กรณีใช้รถส่วนตัว: ออกจากที่ทำงาน 17:30 วิ่งผ่านลากกระบัง 19:00 จากนั้นใช้เส้นทางด่วนจะถึงบ้านที่ประตูน้ำ 20:00 ค่าน้ำมัน 350 บาท ทางด่วน 130 ค่าสึกหรอรถยนต์ 0.33 บาท/กม. รวมเป็น 530 บาท
กรณีใช้รถตู้: ขึ้นรถตู้ 18:00 รถตู้วิ่งถึงลาดกระบัง 19:30 และถึงอนุสาวรีย์ชัยฯ 20:30 จากนั้นนั่งรถแท็กซี่ไปถึงประตูน้ำ 21:00-21:10 ค่าเดินทางรถตู้ 150 + แท็กซี 80 = 230 บาท

นอกจากเวลาที่ต่างกันโดยปกติแล้วนี้ในบางครั้งรถตู้อาจจะต้องมีการรอคิว หรือจอดรับส่ง และหากรถติดมากก็ไม่สามารถปรับเปลี่ยนเส้นทางได้อย่างใจ จะเห็นว่า การใช้รถส่วนตัวจะทำให้ได้เวลาครอบครัวได้ดีขึ้น ดังนั้น จึงคนหลายๆ คนจึงยังขับรถจาก กรุงเทพ ไปยังพื้นที่ต่างๆ เหล่านี้ เพื่อให้ได้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงที่เร็วขึ้นเพื่ออยู่กับครอบครัว ถึงแม้จะต่างกันถึง 300 บาทต่อเที่ยว และต้องใช้สมาธิขับรถอีก 1 ชั่วโมงกว่าๆ ก็ตาม

แต่หากแอร์พอร์ตลิงค์เปิดใช้งาน จะมีความต่างกันอย่างมาก

  • กรณีออกจากเมือง
    ต้องไปให้ทันรถบริการของที่ทำงาน 7:20 จึงต้องขึ้นรถตู้ก่อนเวลา 5:50 ออกจากบ้านเพื่อขึ้นแอร์พอร์ตลิงค์ 5:15 นาฬิกา
  • ในกรณีเข้าเมือง
    รถตู้จะวิ่งสุดระยะทางแค่ ลาดกระบัง 19:30 ขึ้นแอร์พอร์ตลิงค์ ถึง ราชปรารภ 19:55 และถึงบ้านประตูน้ำ 20:15 ค่าเดินทางรถตู้ (120 กิโล) 120 บาท + แอร์พอร์ตลิงค์ 50 + แท็กซี 50 = 220 บาท

จะเห็นว่ากรณีขากลับเข้าเมือง
เทียบกับการขับรถเอง จะกลับถึงบ้านช้าลงกว่าการขับรถ 10-20 นาที ประหยัดกว่า 310 บาทต่อเที่ยว และไม่ต้องใช้สมาธิขับรถ ได้พักผ่อน
เมื่อเทียบกับการขึ้นรถตู้ จะกลับถึงบ้านเร็วขึ้น 50 นาที

ส่วนเวลาออกเดินทาง เนื่องจากต้องอาศัยรถต่อสุดท้ายเป็นรถบริษัท และเป็นการออกนอกเมืองช่วงเวลารถไม่ติด จึงทำให้ ไม่ได้ส่วนต่างทางด้านเวลาเท่าไหร่นัก แต่หากพ่อบ้านหารถเพื่อนที่ผ่านจุดที่ลงรถตู้ได้ ก็จะทำให้ สามารถออกจากบ้านได้ช้าลงกว่าตารางประมาณ 30 นาที

เมื่อเป็นแบบนี้ จะมีคนหันมาใช้รถตู้มากขึ้น

เหตุการณ์ที่น่าจะเกิดขึ้นนี้ เป็นการดีกับรถสาธารณะ คือ สามารถขับได้รอบมากขึ้น กำไรต่อเที่ยว 780-900 บาท ในขณะที่ใช้เวลาแค่เที่ยวละ 1 ชั่วโมงครึ่ง แทนทีจะเป็น 2 ชั่วโมง 10 นาที และก็ ดีกับผู้โดยสาร สามารถกลับบ้านได้ประหยัดขึ้น ได้พักผ่อนไม่ต้องขับรถเอง ไม่วุ่นวายกับรถติด กำหนดเวลาได้ดีขึ้นเนื่องจากไม่มีรถติดในกรุงเทพเป็นปัจจัย

กรณีศึกษาเบื้องต้นจะเห็นได้เลยว่า จะมีคนจำนวนมาก หันมาใช้รถตู้ในการเดินทางระหว่าง กรุงเทพกับพื้นที่ตะวันออก แต่ทำไมถึงเริ่มที่ ลาดกระบัง เพราะเป็นพื้นที่เปิดพื้นที่แรก (ขาเข้าเมือง) เนื่องจากสถานีปลายทาง (Terminal) คือภายในสนามบิน ซึ่งไม่สามารถตั้งสถานีรถประจำทาง รถตู้ ได้นั่นเอง แต่หากมีการใช้สถานีนี้เต็มพื้นที่ ก็จะมีการขยับขยายไปยังสถานีอื่นๆ ถัดๆไป

มามองความเป็นไปได้กัน แบ่งการเดินทางเป็น 3 ระยะ ตามรูปนี้

และเมื่อสมมติในกรณีทำงานในแต่ละพื้นที่ โดยให้เข้างาน 7:50 และเลิกงาน 17:30 จะได้ตารางเปรียบเทียบการเดินทางที่ต่างกันดังนี้

ตัวอย่างนี้เป็นเพียงตัวอย่างสมมติตัวอย่างเดียว แต่ก็แสดงให้เห็นถึงความน่าสนใจถึงการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการเดินทางที่มีแนวโน้มจะเกิดขึ้นได้ และนอกจากการเดินทางของพนักงงานบริษัทในตัวอย่าง ก็ยังมีนักศักษา นักท่องเที่ยว จึงทำให้มีความเป็นไปได้อย่างมากที่ การเดินทาง แบบผสม รถตู้-แอร์พอร์ตลิงค์ จะได้รับความนิยมอย่างสูง และเป็นไปได้ที่คมนาคมอื่นๆ จะตามมาจนทำให้พื้นที่ ลาดกระบัง กลายเป็นศูนย์กลางการเดินทางไปยังภาคตะวันออกในที่สุด
บทความนี้สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2539