OnStar คืออะไร ? เป็นทั้ง ฮาร์ดแวร์ ฟีเจอร์ในรถ GM รุ่นใหม่ๆ ที่ทำงานร่วมกับ บริการ ผ่านเครือข่ายเน็ตเวิร์ค มือถือ ขอจำกัดความไว้คร่าวๆ แบบนี้นะครับ (ผู้แปล)

OnStar เป็นบริษัทลูกของ General Motors ที่จัดมาเพื่อให้บริการกับสมาชิกในประเทศอเมริกา แคนาดา และจีน เช่น การติดต่อกับสมาชิก(ที่ลงทะเบียน) การดูแลความปลอดภัย การจัดการ hand-free การนำทาง หรือกระทั่งการตรวจสอบระบบรถยนต์ของเราแบบระยะไกล (remote diagnostics systems) ตอนนี้ OnStar ยังเป็นบริการที่เฉพาะรถยนต์ที่ผลิตจากค่ายจีเอ็ม General Motors และซาป โดยบริการนี้จะใช้ได้ ต้องดูด้วยว่ารถยนต์รุ่นนั้นได้ติดตั้งฮาร์ดแวร์ของ OnStar ด้วย คำที่จะติดปากใน ละตินอเมริกา ก็คือคำว่า ChevyStar ซึ่งมีผู้สมัครสมาชิกแล้วว่า 5 ล้านคน

YouTube Preview Image

Overview ภาพรวม
บริการของ OnStar จะทำงานอยู่บนระบบ CDMA ในช่วงต้นโดยเน็ตเวิร์คของ Verizon Wireless ในอเมริกา และ Bell Mobility ในแคนาดา โดยการใช้ระบบ GPS ในการให้ข้อมูลจุดใช้งาน

ผู้ขับขี่หรือผู้โดยสาร สามารถสั่งงานด้วยเสียงเพื่อเชื่อมการติดต่อไปยังเจ้าหน้าที่ของ OnStar เพื่อการช่วยเหลือฉุกเฉิน ตรวจสอบข้อมูลระบบรถยนต์ หรือขอเส้นทางการขับขี่ จากเจ้าหน้าที่ได้

ในกรณีที่เกิดการชน รถยนต์ที่ติดตั้งระบบ OnStar และสมัครใช้บริการไว้ จะเชื่อมต่อไปยังเจ้าหน้าที่ศูนย์ได้อีกด้วย ในช่วงแรกจะกำหนดว่าถุงลมนิรภัยทำงานถึงจะเชื่อมต่อ แต่ในปัจจุบันถ้าเกิดรถชนไม่ว่าถุงลมจะทำงานหรือไม่ ก็จะเชื่อมต่อกับ OnStar ทั้งสองกรณี เรียกว่าAdvanced Automatic Crash Response (AACR) ตอบสนองต่อการชนอัตโนมัติชั้นสูง (ผู้แปล)

เมื่อผู้ขับขี่กดปุ่มฉุกเฉินสีแดง OnStar Emergency button หรือปุ่มสีน้ำเงิน ระบบจะดึง ข้อมูลขณะนั้นของรถยนต์ รวมถึงพิกัด GPS และส่งไปยัง OnStar จากนั้น จะเรียกไปยังศูนย์ฉุกเฉินด้วยระดับความสำคัญสูงสุด โดยที่ทวีปอเมริกาเหนือจะมีศูนย์ฉุกเฉิน 3 ที่ Pontiac, Michigan; Charlotte, North Carolina, Ontario, Canada ที่เปิดทำงานตลอด 24 ชั่วโมง

เรื่องการติดตามรถยนต์ รถยนต์ที่มีระบบ OnStar จะมีตัวติดตามรถสูญหาย โดยจะให้ข้อมูลพิกัด ความเร็ว และทิศทางการเคลื่อนที่ กับตำรวจเพื่อทำการติดตามได้อีกด้วย

ในปี 2009 จีเอ็มได้ติดตั้งระบบยับยั้งการเคลื่อนที่กรณีรถถูกขโมย โดยฟีเจอร์นี้จะให้ OnStar ทำการเชื่อมไปยังรถยนต์ และสั่งการลดความเร็วจากศูนย์ และเราก็สามารถใช้มันช่วยลดความเสียหายกับของของเราได้ ในกรณีที่รถถูกขโมยและอยู่ในการติดตาม มีตัวอย่างในเห็นในเดือนตุลาคม 2009 ที่จับกุมการขโมยรถ เชฟโรเลต Chevrolet Tahoe ได้ให้เห็นกันจริงๆ

ในปี 2009 เช่นกัน จีเอ็มก็ได้ติดตั้งระบบ Remote Ignition Block การตัดการจุดระเบิดทางไกล (ผู้แปล) ลงไปในรถยนต์ใหม่ๆ เพื่อทำให้ OnStar ตัดการจุดระเบิดของเครื่องยนต์ และป้องกันการสตาร์ทใหม่อีกด้วย

ในแง่ของความเชื่อมันความปลอดภัย ศูนย์จะเชื่อม บริการช่วยเหลือรถสูญหาย (ติดตาม, ลดความเร็ว และ ตัดการจุดระเบิด) เมื่อผู้ใช้บริการเรียกไปยังศูนย์ และได้รับคำยืนยันจากหน่วยงานตำรวจว่ารถคันนี้ถูกโจรกรรม ทั้งสองอย่างนี้ แล้วเท่านั้น

ข้ดได้เปรียบของคนที่ใช้ OnStar ก็คือเอาไปลดค่าประกันรถยนต์ได้ และกรณี ประกันของ GM (GMAC Insurance) ถ้าเจ้าของรถต้องการให้ส่งระยะทางวิ่งรายเดือนไปที่ศูนย์ประกันก็ทำได้ เพื่อที่จะเข้าแพ็กเกจ วิ่งไมล์น้อย เพื่อลดค่าประกันให้ถูกลง

ถึงแม้จะรถจะติดตั้งระบบ OnStar แต่ถ้าไม่เปิดใช้ ระบบก็จะไม่ทำอะไร ส่วนแพ็คเกจที่มีใช้อยู่ในอเมริกา มี 2 แผน

  • Safe & Sound: เดือนละ $18.95 หรือประมาณ 590 บาท เพื่อใช้บริการ ตอบสนองการชน ช่วยเหลือตลอดการขับขี่ ปลดล็อครถยนต์จากมือถือ สั่งแตรและไฟกระพริบผ่านมือถือ ติดต่อศูนย์ฉุกเฉิน (ปุ่มแดง) และตรวจสอบระบบขับขี่ผ่านทาง OnStar
  • Connections & Directions: เดือนละ $28.90 หรือประมาณ 890 บาท เพื่อเพิ่มการนำทางผ่านศูนย์ OnStar

History ความเป็นมา

การจัดตั้ง OnStar เกิดขึ้นในปี 1995 โดยความร่วมมือของบริษัทที่มีเทคโนโลยีเฉพาะทางของตัวเอง 3 บริษัท จีเอ็ม Electronic Data Systems(อีดีเอส ซึ่งเคยเป็นหน่วยงาน IT ของจีเอ็ม: ผู้แปล) และบริษัท Hughes Electronics Corporation โดย จีเอ็ม เชี่ยวชาญออกแบบด้านรถยนต์ และระบบเชื่อมโยงของระบบรถยนต์ EDS ดูแลด้านออกแบบระบบ และการบริหารข้อมูลสารสนเทศ และการบริการลูกค้า ในขณะที่ Hughes ดูแลด้านการสื่อสาร ระบบดาวเทียม และอิเลคทรอนิคส์ยานยนต์ เรียกได้ว่าเป็นการนำเทคโนโลยีจากบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านของตัวเองมารวมกันเลยทีเดียว

ในปี 1996 ผู้บริหารของหน่วยงานภาคผลิตของ จีเอ็มอเมริกาเหนือ (GMNA Operations) คุณ Rick Wagoner ได้แถลงเปิดตัว OnStar อย่างเป็นทางการในงานที่ชิคาโก (Chicago Auto Show) จากนั้น OnStar ได้เริ่มให้บริการแรก ในรถที่ออกฤดูใบไม้ร่วงปี 1996 (โมเดลรถปี 1997) ได้แก่ Cadillac DeVille, Cadillac Seville และ Cadillac Eldorado ซึ่งเป็นรถเกรดหรูของจีเอ็ม และในช่วงสั้นๆ เวลาต่อมา OnStar ก็มีใช้ในรถบางรุ่นของแบนด์ Acura, Audi, Isuzu, Subaru และ Volkswagen โดยมีข้อสัญญาการใช้งาน

จุดเปลี่ยนอีกจุดนึงเกิดขึ้นในเดือน เมษายน 2006 จีเอ็มแจ้งกับลูกค้ากว่า 500,000 ราย เรื่องการหยุดใช้ระบบ อนาลอก ในเดือนธันวาคม 2007 เนื่องจากการเลิกใช้งานระบบโทรศัพท์มือถือแบบอนาลอก หลังวันที่ 18 กุมภาพันธ์ปี 2008 และให้อัพเกรด กับลูกค้าที่จ่ายเงินซื้อ OnStar Safe & Sound แพ็คเกจ 1 ปีไปแล้ว ซึ่งถ้าเป็นรถปี 2003, 2004 หรือ 2005 คิดค่าติดตัวแปลงระบบประมาณ $200 (หรือ 6200 บาท รวมค่าสมาชิก 1 ปี) แต่ถ้าเก่ากว่านั้นก็ไม่สามารถอัพเกรดได้ (มีการเรียกร้องทางกฎหมายจากรูค้าที่ เพนซิลวาเนีย เกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วย)

China ในประเทศจีน
สำหรับประเทศจีน ได้เริ่มจัดตั้งและให้บริการช่วง ธันวาคม 2009 บริษัทที่เซียงไฮ้ชื่อ Shanghai OnStar Telematics ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนของจีเอ็ม และกลุ่ม SAIC และบริษัท SGM (Shanghai GM) ได้เริ่มให้บริการ OnStar กับรถแบรนด์ของจีเอ็ม ได้แก่ Cadillac Buick และ Chevrolet โดยใช้เครือข่ายของ China Telecom โดยให้บริการทั่วประเทศในภาษาแมนดาริน

OnStar บอกกับลูกค้าว่า บริการนี้เป็นเครื่องมือด้านเซฟตี้ที่จำเป็น จีเอ็มเปรียบมันคล้ายๆ กับเข็มขัดนิรภัย หรือ ถุงลมนิรภัย และบอกว่ามันเป็นเทคโนโลยีที่ทำให้ขับขี่ปลอดภัย และยังมีประโยชน์ ให้ตำรวจติดตามรถ การติดต่อรถพยาบาลฉุกเฉิน การแจ้งข้อมูลการชน (ความเร็ว ความรุนแรง สถานะถุงลมแต่ละลูก ประเมินความเสียหาย เพื่อเตรียมอุปกรณ์พยาบาลได้ดีขึ้น) การตรวจสอบสภาวะรถยนต์รายเดือนและส่ง email แจ้งไปยังเจ้าของรถถึงปัญหา และความผิดปรกติต่างๆ รวมถึง ปลดล็อคประตู (หลังจากตรวจสอบการเป็นเจ้าของแล้ว) การช่วยเหลือระหว่างทาง รวมถึงการทำงานเป็น Hand free ด้วยตัวของตัวของมันเอง คล้ายๆ Handfree ของมือถือทั่วไป ที่ใช้ระบบสั่งงานด้วยเสียงได้

Use As Surveillance Device การเฝ้าติดตาม
ในทางทฤษฎีแล้ว อุปกรณ์ และระบบ OnStar สามารถเอาไปใช้สำหรับหน่วยงานภายนอก หรือหน่วยงานรัฐบาล เป็นอุปกรณ์ติดตาม ตรวจสอบตำแหน่งรถของหน่วยงาน หรือดังฟังการสนทนาในรถ ได้อีกด้วย แต่ในทางปฎิบัติแล้ว หน่วยงาน FBI ปฎิเสธ ไม่ใช้ฟีเจอร์นี้ของ OnStar ตามคำสั่งศาลปกครองที่ 9 (เนื่องจากถ้าใช้ฟีเจอร์นี้แล้วจะทำให้ระบบฉุกเฉินใช้งานไม่ได้ในเวลาเดียวกัน และยังเป็นปัญหาเรื่องสิทธิส่วนบุคคลระหว่างผู้ใช้รถและเจ้าหน้าที่ผู้ให้บริการ: ผู้แปล)

Hardware ฮาร์ดแวร์
ตอนนี้เป็น OnStar Generation 8 โดยปรับปรุงด้านบริการและตรวจสอบสภาวะรถยนต์ให้ดีขึ้น ตัวฮาร์ดแวร์ทำโดยบริษัท คอนติเนนทอล Continental AG และบริษัท LG Electronics (รุ่น 1 ทำโดย Hughes , รุ่น 2 ทำโดย Delphi, และรุ่น 4-6 ทำโดย Motorola)

ระบบสัญญาณ ในรุ่น 1-4 จะเป็นระบบอนาลอก โดยใช้ Bus คลาส 2  ส่วนรุ่น 5 เป็นรุ่นเปลี่ยนแปลง มีทั้ง Analog และ Digital โดยมีทั้ง Bus คลาส 2 และ CAN Bus โปรโตคอล ส่วนรุ่น 6 และรุ่นต่อๆ ไป จะใช้ digital CDMA โดยมีทั้ง Class 2 และ CAN (Controller Area Network)

ที่มา http://en.wikipedia.org/wiki/OnStar

ตัวอย่าง Application บน Android ที่ใช้กับ Chevy Volt ซึ่งเป็นรถไฮบริดจ์ น้ำมัน-ไฟฟ้า

YouTube Preview Image

  • แสดงสถานะการชาร์ตไฟ
  • สั่งให้รถยนต์ทำการ “Charge now” หรือสั่งทำตามตารางที่ตั้งไว้
  • แสดงระดับแบ็ตเตอรรี่
  • แสดงการประเมินเวลา และค่าไฟฟ้าในการชาร์ต
  • ส่ง SMS หรือ e-mail แจ้งเตือนให้ชาร์ต แจ้งปัญหา หรือผลการชาร์ตเต็ม
  • แสดงค่า miles-per-gallon และค่าไฟต่อไมล์ electric-only miles กรณีไม่ได้ใช้น้ำมัน และค่าระยะทางที่วิ่งไป
  • แสดง MPG ระยะทางวิ่งด้วยไฟฟ้า ทริปล่าสุด และ lifetime.
  • สั่งสตาร์ทรถอัตโนมัติทางไกล — อุ่นเครื่อง หรือ คูลดาวน์ โดยใช้ ไฟบ้าน แทนการใช้แบ็ตหรือเครื่องยนต์

ที่มา: http://www.androidcentral.com/hands-onstars-chevy-volt-app-motorola-android

สำหรับ Cruze ในบางประเทศ (ที่บอกไปข้างต้น) ก็มีฟีเจอร์นี้กับเค้าด้วย แต่ไม่ทั้งหมด (อย่างชาร์ตไฟ มันจะไปมีได้ไง ใช่ไหมครับ) งั้นเรามาดูกันเฉพาะรุ่นไปเลยว่าสำหรับเจ้า Cruze ทำอะไรได้บ้าง

YouTube Preview Image

จะเห็นว่าเราสามารถเชื่อต่อกับ Cruze ผ่านมือถือ เพื่อใช้ฟีเจอร์ได้หลายอย่าง ตัวอย่างเช่น การสั่ง สตาร์ทรถ การหยุดสตาร์ทรถ (ไม่ใช่หยุดรถนะครับ) เพื่อวอร์มรถ อย่างเช่น เมืองนอกที่อากาศหนาวมาก ก็อาจจะสั่งสตาร์ทรถเพื่อวอร์มเครื่องยนต์ก่อนที่เราจะเข้าไปขับ เป็นต้น


หรือเรื่องการล็อครถ สมมติว่าคุณกำลังจะเดินทาง นั่งอยู่ในเครื่องบินแล้ว … แต่เผอิญว่า ไม่แน่ใจว่าล็อครถหรือยัง ทำไงดีครับ ก็ยกโทรศัพท์ขึ้นมา กดล็อค แล้วใส่ Pin Code เท่านั้นรถก็ล็อคสำเร็จ สบายใจไป หรือกรณีที่แฟนขับรถเราไป แล้วลืมกุญแจไว้ในรถ ก็สั่งเปิดประตูได้จากมือถือเรา


..

กรณีหารถ (อันนี้เราก็ใช้กุญแจรีโมตกันอยู่แล้ว) แต่เข้าก็ใส่ฟีเจอร์เข้าไปใน Apps ด้วย คือ ให้รถสั่งแตร และไฟให้กระพริบ เพื่อช่วยค้นหารถ (คุ้นๆ ว่าถ้าอยู่กลางแจ้ง ก็ใช้ Google Maps ดูตำแหน่งรถจากมือถือได้เลยครับ เพราะรถมี GPS อยู่ และก็คาดเดาไปได้เลยว่า มันจะช่วยเราหารถได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากโทรศัพท์ก็มี GPS พอสั่ง Google Navigator นำทางก็ไปหารถได้เลย)


ในแง่การดูข้อมูลคนที่เคยใช้ OBD2 ต่อกับรถยนต์ผ่านมือถือ จะทราบว่าเราดูข้อมูลเครื่องยนต์ และเซ็นเซอร์ในรถยนต์ได้หลายตัว เจ้า Apps นี้ก็เข้าถึงข้อมูลอื่นๆคล้ายๆกัน โดยส่งผ่านเครือข่ายมือถือ แทนที่จะเป็น Bluetooth หรือ Wifi ทำให้เราดูข้อมูล



ได้ เช่น ระดับน้ำมัน แรงดันลมในล้อทั้ง 4 เป็นต้น จากที่ไกลๆ ได้ เป็นต้นว่านั่งทำงานอยู่นึกอยากจะรู้ระดับน้ำมันว่าจะหมดหรือยัง ก็เรียกไปได้เลย หรือ แฟนกำลังขับรถเราอยู่ อยากรู้แรงดันลมก็เรียกดูได้ อย่างนี้เป็นต้น เรียกว่าครูซ ทำให้รถยนต์ เป็นของของเรามากขึ้นกว่าแต่ก่อน เรารู้ว่ามันอยู่ที่ไหน สภาวะเป็นอย่างไร ไม่ว่าใครจะขับ เราก็ยังมีความเป็นเจ้าของอยู่


นอกจากฟีเจอร์สนุกๆ ก็ยังมีฟีเจอร์ปกติของ OnStar ก็คือติดต่อศูนย์ ขอความช่วยเหลือ (คล้ายๆ จส.100 บ้านเรา แต่จะมีพนักงาน รับสายตลอด 24 ชั่วโมง) ทันทีที่กดปุ่ม Connect ก็จะมีศูนย์คอยช่วยเหลือระหว่างการขับขี่ทันที


จะเห็นว่าเจ้า OnStar ทำให้ Cruze ซึ่งเป็นรถเซกเมนต์เดียวกับ Civic และ Altis มีลูกเล่นที่น่าสนใจเพิ่มขึ้นไปอีกในประเทศที่กล่าวมาข้างต้น แต่สำหรับเมืองไทย สงสัยจะต้องรอไปก่อนครับ แต่ไม่แน่ อาจจะเป็นไม้สอง หรือไม้สามของเชฟ ไว้สู้รถตัวใหม่ของค่ายญี่ปุ่น ก็ได้ใครจะไปรู้

นอกจาก GM OnStar แล้วรถแบรนด์อื่น ก็จะมีระบบของตัวเอง เช่น Mercedes-Benz mbrace, Toyota Safety Connect/Enform, BMW Assist และ Ford SYNC ผู้สนใจลองหาข้อมูลเพิ่มเติมดูครับ

รวบรวม เรียบเรียง แปล : http://www.thaigoodpost.com