18 หลุม กับการตั้งโรงงานใหม่ อุตสาหกรรมรถยนต์ ที่ประเทศไทย หลุมจริงหรือหลุมพลาง

ด้วยสาเหตุใดก็แล้วแต่ เราจะเห็นว่ามีโรงงานอุตสาหกรรมใหม่ๆ เกิดขึ้นที่ประเทศไทย เป็นระยะๆ และเป้าหมายผู้บริหารในการตั้งโรงงานเหล่านี้ ก็คือ ทำอย่างไรก็ได้เพื่อตั้งกระบวนการผลิตที่ประเทศไทย และเป้าหมายของการผลิตก็เหมือนๆกันคือ เพื่อเดินสายการผลิตตรงตามมาตราฐานของบริษัทแม่ ได้สินค้าคุณภาพดีในเวลาที่ตั้งเป้าหมายไว้ด้วยราคาที่ต่ำที่สุด

ระหว่างทางตั้งโรงงานเรามาดูกันว่าเส้นทางมันน่าสนใจขนาดไหน

 หลุมแรก การหาที่ตั้ง

การหาที่ตั้งเป็นสิ่งที่จะอยู่กับโรงงานไปชั่วชีวิตโรงงาน จนกระทั้งย้ายไปที่อื่นหรือเจ้งกันไปนั่นหล่ะครับ การหาที่ตั้ง ตั้งเหมาะสม ทั้ง ระบบส่งของ การเดินทางของพนักงาน ทั้งรถบริการของบริษัท และ รถของพนักงาน นอกจากตำแหน่งแล้ว ความสูงของที่ตั้งก็สำคัญไม่แพ้กัน อยู่ต่ำน้ำก็ท่วม อยู่สูงก็ขนของยาก การเลือกที่ตั้งนี้ไม่ใช่ว่าอะไรก็ได้เลยตามเลย เพราะผลกระทบของการเลือกที่ตั้ง ส่งผลไปถึง ระบบคุณภาพได้เลยนะครับ

  • ตัวอย่างสถานที่ ที่ลึกเข้าไปจากสถานที่ 5 กิโลเมตร ถ้าบริษัทใช้รถรับส่ง 10 คัน รถพนักงาน 50 คัน ส่วนต่างน้ำมันต่อปีประมาณ 3 แสนบาท นอกจากนี้ ระยะทางที่เพิ่มขึ้น 5 กิโลเมตร ถ้าเป็นนิคมอุตสาหกรรม พนักงงานตื่นเช้าขึ้น 10 นาทีทุกๆ วัน และกลับบ้านช้ากว่าชาวบ้าน 10 นาทีทุกๆ วันเช่นกัน
  • การเลือกสถานที่ต่างกัน จะได้พนักงานไม่เหมือนกัน หากกำหนดทิศทางผิด ก็จะได้พนักงานที่ไม่เหมาะสม มีการเปลี่ยนงานบ่อย
  • การได้ใช้น้ำ และไฟฟ้า อินเตอร์เน็ต เครือข่ายมือถือ ก็สำคัญ บางที่มี 3G เข้าถึงแล้ว แต่บางทีเครือข่ายทรูมูฟยังมาไม่ถึงเลย รวมถึงบางที่ น้ำไม่พอ หรือไฟดับเดือนละสองหน สิ่งเหล่านี้จะทำให้การผลิตเสียหายก็เป็นไปได้

 ช่วงเวลาหาที่ตั้งนี้ ต้องให้ผู้รับผิดชอบด้าน Logistic และ HR เป็นใหญ่ในการให้ feedback กับผู้บริหารว่าที่ตั้งนั้นดีไม่ดีอย่างไร เพราะสองคนนี้เป็นคนที่ให้ข้อมูลได้ดีที่สุด แต่ส่วนใหญ่ช่วงเวลาแบบนี้ Logistic กับ HR ก็ยังอาจจะไม่รู้เรื่องอะไรมากก็จะโยนให้แผนกสาธารณูปโภคมา หรือ หัวหน้าโครงการ มาตัดสินใจซึ่งสองคนนี้ดูแค่เรื่องเวลา กับการจัดผังโรงงานเท่านั้นหล่ะครับ

หลุมสอง การจัดตั้งทีมบุกเบิก

การจัดตั้งทีมบุกเบิก เป็นสิ่งที่ท้าทายของผู้บริหาร เมื่อลองมองทางนึง เป็นเรื่องง่ายมาก คือเอาคนที่เคยทำงานนี้มาแล้วที่อื่นให้เงินเดือนขึ้นหน่อย แล้วเอามาทำงานเดียวกันในโรงงานใหม่ ดูจะเป็นเรื่องที่ที่มักจะทำกัน แต่หากอยากทำให้ได้ประโยชน์มากขึ้น ก็ต้องบรรจงให้มากหน่อย เอาพนักงานที่มีทักษะหลายด้าน รู้งานดี Integrate ระบบได้ เอกสารโอเค มาทำ จะทำให้การขับเคลื่อนระบบข้ามหน่วยงาน ภายในรอบแรกไปได้ง่ายขึ้น ตัวอย่าง

  • ถ้าเราเอาคนเก่ง IT มาทำ QC เพื่อจะได้ระบบ QC system ที่สุดยอด แต่ถ้าคนนั้นไม่มี sense ของ QC ไม่มีซัพพอร์ตจากพี่เลี้ยงบริษัทแม่มาช่วย ระบบ QC โรงงานนี้จะดีมากเลยแต่คุณภาพของสินค้าจะหลุด จริงครับที่ไม่มีงานเสียไปถึงลูกค้า แต่จะมีงานดีกี่เปอร์เซ็นต์กันหล่ะครับที่ลูกค้าจะได้ อันนี้ก็ต้องคิดดู
  • รึว่าเลือกแต่คนเก่งคิด แต่ไม่เก่งทำ เอามาทำงานนี้ มันก็ไม่เวิร์ค ผลจะเป็นไปได้แค่สองอย่าง ถ้าคนๆ นั้นมันอยู่ไม่ได้ ก็จะกลายเป็นว่ามันอยู่ๆ ได้แต่เราจะไม่ได้งาน
  • แต่ ถ้าซัพพอร์ตมาดี ได้งบมาเยอะ บรรจงจัดสรรบุคคลได้ ทำทีมได้ทั้งคนบู้บุ๋น มีคนคละกัน ได้ทั้งงานด้านลึก และด้านกว้าง อันนี้ถือว่าคุณจังหวะดีมาก โอกาสสำเร็จมากขึ้น และดูจะได้ผลงานที่น่าภูมิใจอีกด้วย

 ช่วงเวลานี้คนที่คุณควรให้ความสำคัญคือ หัวหน้าโดยตรงของแต่ละฝ่ายของทีมบุกเบิก ซึ่งที่แน่ๆ คือวิศวกรรม คุณภาพ จัดซื้อ และ โลจิสติกส์ เป็นกำลังสำคัญในการ Feedback ข้อมูล ถ้าปล่อยหัวหน้าโครงการคนเดียวเข้ามาทำงานทั้งหมด สิ่งที่คุณได้จะเป็นแค่เรื่องการจัดสรรเวลาแค่นั้น ซึ่งไม่ใช่ความสำคัญตอนนี้

 สิ่งนึงที่สำคัญคือ ทีมบุกเบิกนี้สำคัญมาก คุณไม่ควรเสียคนไประหว่างนั้นเกิน 10% เพราะการเสียคนไป 1 หรือ 2 คนระหว่างการจัดตั้งโรงงาน มันไม่มีเวลาให้สร้างคนใหม่อีกคนหรือสองคนมาแทนหรอกครับ มันจะกลายเป็นว่างานของคนที่เสียไปนั้นจะกระจายไปให้คนที่เหลืออยู่ ถึงเวลานั้นก็ขึ้นกับว่า คุณเผื่อไว้ดีรึเปล่า ถ้าไม่เผื่อละก็มันก็จะรวนกันไปหลายคน งานนี้เจ็บตัวแน่นอนครับ และอย่างที่บอก หลุมนี้ไม่ได้หลอกล่อ ซับซ้อนอะไร ที่สำคัญมีเวลาเหลือเฝือ ยังไม่มีใครมาเร่งคุณ ถ้ามีประสบการณ์มาดี ใช้สติดีๆ มีจังหวะดีๆ จะได้ทีมที่น่าภูมิใจมาก

 
หลุมสาม การจัดเลือกเครื่องจักร

ร้อยทั้งร้อยครับ การเลือกเครื่องจักรเกิดขึ้นโดยคนเก่าที่บริษัทแม่ อย่างดีที่สุดก็คือทีมบุกเบิกได้ไปรีวิวด้วย ที่เป็นอย่างนั้นก็เพราะว่า คนเก่าเท่านั้นจะรู้ว่า ส่วนไหนของเครื่องจักรดี หรือสำคัญ หรือไวต่อกระบวนการผลิต คนเก่าเท่านั้นที่จะเป็นคนเลือกเทคโนโลยีได้ดี ไม่ใช่ให้ใครก็ได้มาเลือกเทคโนโลยี เพราะเทคโนโลยีทุกวันนี้มันไม่ได้ทำมาเพื่อได้ระบบผลิตที่ดี แต่ระบบผลิตต่างหากที่จะกระตุ้นให้เทคโนโลยีพัฒนา ดังนั้น อย่าไปหวังครับ ว่าของแพงแล้วเราจะใช้ได้ดี ต้องเอาให้ชัวร์ เอาแบบมากางกัน วิเคราะห์ทางทฤษฎี คุยกับ ตัวแทนผู้จำหน่ายสินค้า ว่าของเค้าดีพอที่จะทำของเราให้ได้ดีและนิ่ง หรือไม่ ถ้าไม่ก็ไม่ซื้อ ไม่ใช่ว่าของยี่ห้อเดียวกันจะดีกับทุกๆ งานครับ

  • เราอาจจะมีกระบวนการเหมือนกัน 10 กระบวนการ แต่กระบวนการนึงต้องการความละเอียดและความต่อเนื่องของเครื่องมือวัดมากกว่า ต้องการเทคโนโลยีที่ดีกว่ามากกว่า อันนั้นอาจจะต้องเปลี่ยนรุ่นเครื่องมือหรือเปลี่ยนยี่ห้อนะครับ ถ้าทำเนียนเหมาว่าไม่เป็นไร ฝรั่งใช้ได้เราก็ใช้ได้ ไม่ทันได้คุยกับวิศวกรออกแบบ ไม่ได้คุยกับวิศวกรคุณภาพ รึไม่ได้คุยกับลูกค้า พอวันหลังมารู้ว่ามันไม่ละเอียดพอตามทฤษฎีคุณภาพ จะลำบากภายหลังได้นะครับ
  • ปัญหาที่ต้องเจอแน่นอนเลยคือ การเลือกจ้าวที่ถูกที่สุด ด้วยนโยบายจัดซื้อที่โปร่งใส การเลือกผู้ผลิตที่ราคาถูก เป็นสถานการณ์ที่เราทำร้ายตัวเอง เพราะ ผู้ที่ถูกที่สุด จะดีที่สุดได้ก็ต่อเมื่อเค้าบริหารจัดการดี ฉะนั้น ก่อนที่จะเลือกจ้าวที่ถูกที่สุด ต้องดูมาตรฐานการออกแบบเครื่อง ทีมงาน และการบริหารการเงินก่อน ถ้า ประสบการณ์น้อย และอยู่ในองค์กรที่สวัสดิการสูง งานที่เค้ารับแต่ละงานไม่ค่อยเหมือนกัน ให้นึกไว้เลยว่า เป็นไปไม่ได้ที่จะทำงานถูกได้ดี ถ้าโดนสถานการณ์บังคับให้เลือก ก็ให้ทำใจเผื่อไว้นะครับ
  • ปัญหาที่เกิดขึ้นกับการเลือกเครื่องจักรอีกอันนึงก็คือ เครื่องจักร ตอนอยู่ต่างประเทศ มันจะใกล้ผู้มือผู้ผลิต เวลามีปัญหานิดๆหน่อยๆ ขับรถเข้ามาแก้ ครึ่งวันก็เสร็จ ทำให้ใช้เวลาปรับแต่งเครื่องไม่นาน ค่าใช้จ่ายไม่เยอะ พอมาเมืองไทย ใครอยากจะมาละครับ วิศวกรเก่งๆ ของฝรั่ง จะมาเมืองไทยทีนึงนั่งเครื่องบิน 6 ชั่วโมงบ้าง 10 ชั่วโมงบ้าง คนเก่งแต่แก่ก็ไม่อยากมา รึไม่ก็ พอมาทีนึงแล้วเจอปัญหาก็อยู่ต้องกลับอยู่ได้ไม่นาน ฉะนั้น อย่าหวังว่าถ้าเลือกยี่ห้อดีแล้วจะได้เครื่องดีด้วย ต้องสรรหาช่างติดตั้งให้ดี
  • อีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้หลุมนี้หินขึ้นก็คือ การทำงานขนานกันระหว่าง วิศกรออกแบบสินค้า กับวิศวกรออกแบบเครื่องเพื่อผลิตสินค้า ถ้าแบบยังไม่นิ่งถึงระดับ 95% อย่าเพิ่งไปออกแบบเครื่องผลิตในส่วนที่มีผลกับคุณภาพ และห้ามทำการขึ้นชิ้นงานจนกว่าจะได้ธงมาจากวิศวกรออกแบบว่าไม่มีการเปลี่ยนแปลงแล้ว รึว่าได้ถึงระดับ 99% ช่วงที่ยังทำอะไรไม่ได้ ให้วางแผนรากฐาน ระบบสารสนเทศ ออกแบบไฟฟ้า ทำพวกนี้เอาไว้ก่อน เพราะทำขนานกันไปได้

ช่วงเวลานี้ต้องให้อำนาจกับ แผนกวิศวกรรมโรงงาน และจัดซื้อ เป็นใหญ่ แต่ทั้งสองคนนี้ต้องรู้บทบาทของตัวเองด้วย จัดซื้อต้องแม่นเรื่องสัญญาซื้อขายว่าจะผูกมัดผู้ผลิตเครื่องจักรภายหลังได้ ส่วนวิศวกรรมโรงงานต้องแม่นเรื่องสเป็คเครื่อง โดยมีแผนกคุณภาพและสารสนเทศ ให้การสนับสนุนอย่างจริงจัง

พอเอาปัจจัยทั้งหลายมารวมกัน การที่คนไทยเลือกเครื่องไม่ได้ และฝรั่งไม่รู้ว่าย้ายมาไทยแล้วมีปัญหาอะไร รวมกับที่ว่าการจัดซื้อจัดจ้าง การเลือกเครื่องจักรต้องโปร่งใส ถ้าเทคนิคผ่าน แล้วราคาถูกก็ต้องเลือก เออออตาม ๆ กันไปในที่สุดก็จะมีปัญหา หลุมนี้สิเป็นหลุมหลอก ใครคิดข้ามไป อาจจะตกหลุมได้ ที่สำคัญ หลุมนี้ลึกซะด้วย ถ้าพลาดไปกว่าจะขึ้นมาได้อีกทีก็เจ็บตัวไปเยอะ ยังไงก็อย่าไปเสี่ยงมาก เซฟเงินวันนี้ อาจจะเสียเงินวันหน้าก็ได้ ไปหวัง cost saving หลังจากนี้จะดีกว่า

หลุมสี่ การถ่ายทอดเทคโนโลยี

การถ่ายทอดเทคโนโลยี สำคัญที่สุดในบรรดาเก้าหลุมแรก เพราะการทำโรงงานใหม่ ไม่มีใครหรอกครับที่จะทำได้ถ้าไม่มีการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากบริษัทแม่มายังสาขาใหม่ ยิ่งมาเมืองไทยแล้ว ถ้าการถ่ายทอดไม่ดี คุณจะต้องจ่ายเงินเพื่อการเรียนรู้ตลอดเวลา เนื่องจากคนไทยจะไม่ถาม แต่จะฟัง และที่สำคัญ มีความพยายามดีมาก แม้ไม่รู้ก้จะทำให้สำเร็จให้ได้ การเรียนรู้ของพนักงานทุกครั้ง จะต้องมีการทดลองเกิดขึ้น ก่อนจะลองถูกก็ต้องลองผิด นั่นหมายความว่าการที่คนไทยจะปรับตัวไปถึงเทคโนโลยีการผลิตเทียบบริษัทแม่นั้นก็ขึ้นกับว่าคุณพูดให้คนไทยฟังมากรึเปล่า ถ้ามากพอ เค้าจะลองถูกได้เร็ว แต่ถ้าถ่ายทอดความรู้มาน้อย งานนี้ ไม่รู้ต้องลองผิดซ้ำกันกี่มากน้อยถึงจะได้ลองถูก อาจจะต้องเตรียม scrap กันไม่หวัดไม่ไหว

  • การถ่ายทอดเทคโนโลยีแบ่งเป็น 3 ส่วนหลักๆ
    • การเรียน – แน่นอนครับ การตั้งโรงงานใหม่ก็มีคนที่ต้องเรียนอะไรใหม่ๆ ทฤษฎีอะไรสำคัญก็ต้องป้อนเข้าไป ทั้งเรื่อง เครื่องจักร ปัญหาการผลิต และ ข้อมูลด้านคุณภาพ
    • การรู้ – หลักจากการเรียนแล้วก็ต้องให้มีความรู้เกิดขึ้น วิธีที่ดีที่สุดคือการเข้าทำงานจริง ในโรงงานที่ใกล้เคียงกับโรงงานใหม่ ทั้งการพัฒนาเครื่อง แก้ปัญหาคุณภาพ การผลิตแบบทั่วๆไป เป็นต้น
    • การสะสมประสบการณ์ – หลังจากเรียนรู้ก็จะมีประสบการณ์เกิดขึ้น คือการทำสิ่งเดิมซ้ำๆ อย่างน้อย สามเดือน และสรุปประสบการณ์เป็นรายงาน เท่านี้ก็จะมีการใช้เวลาอย่างเป็นประโยชน์
  • สิ่งสำคัญในการถ่ายทอดเทคโนโลยี ครอบคลุม ทั้งตัวสินค้า และตัวเครื่องจักรที่ใช้ผลิตสินค้า ทั้งในเรื่องการออกแบบ ฟังก์ชันใช้งาน การดูคุณภาพ การตรวจรับทั้งเครื่องจักร ทั้งสินค้าของตัวเอง โดยสิ่งเหล่านี้ บริษัทแม่ต้องมีมาตราฐาน และถ่ายทอดมาให้ทีมบุกเบิก ถ้าไม่มีมาตราฐานจากส่วนกลางของบริษัทตัวเองแล้วเลยตามเลยใช้มาตราฐานของผู้ผลิตเครื่องจักร จะมีปัญหาตอนติดตั้งเครื่องแน่นอน ถ้าหามาตราฐานไม่เจอจริงๆ สิ่งที่ทีมบุกเบิกต้องทำคือ ค้นหาตัวอย่างเครื่องที่ดีที่สุดในโรงงาน และ สอบถามวิศวกรเก่าๆ ถึงปัญหาการติดตั้ง จากนั้นต้องร่างมาตราฐานขึ้นเอง ทั้งมาตราฐานเครื่อง มาตราฐานการตรวจรับ มาตราฐานการผลิต ตัวมาตราฐานการตรวจรับเครื่องจักร และการตรวจสินค้าที่ผลิตว่าโอเคหรือไม่ เป็นเอกสารที่สำคัญที่สุดที่ต้องมีก่อนที่จะออกใบสั่งซื้อไปยังซัพไพล์เออร์
  • การถ่ายทอดเทคโนโลยีดีหรือไม่ดี ขึ้นกับพนักงานบริษัทแม่เป็นตัวยืน แต่ขณะเดียวกันทีมบุกเบิกก็ต้องสลัดความเป็นไทยทิ้งไปบ้าง เข้าหาความรู้ ทั้งในและนอกหน่วยงาน การคุยกับลูกค้า วิศวกรคุณภาพบริษัทแม่ และทีมออกแบบ เป็นสิ่งที่สำคัญมาก
  • สูตรโดยทั่วไป วิศวกรไทยใหม่สอง ควรจะมีวิศกรเก่าต่างชาติหนึ่ง จะลงตัว ส่วนช่วงเวลา ก็เอาประมาณๆ ก็คืออยู่จนผลิตสินค้าได้ครบรอบแรก เรียกว่าถ้าอยู่ได้จนหลุมสิบห้า นั่นก็เฟอร์เฟคครับ แต่ใครจะไปอยู่ได้ขนาดนั้น ถ้าจะมีก็คงพี่เลี้ยงญี่ปุ่น เรียกว่าพี่เลี้ยงก็อยากอยู่ดูจนหลุมสิบเก้าก็ได้เพราะว่า … อะไรดีหล่ะครับ :P

ช่วงเวลานี้ควรให้อำนาจหัวหน้าโครงการ และประสานกับหัวหน้าฝ่ายที่ทีมบุกเบิกไปทำงานด้วย ให้เวลากับทีมพี่เลี้ยงที่บริษัทแม่ เรียกประชุมดูความคืบหน้าเป็นระยะ เพราะหากมีการปิดกั้นเทคโนโลยีไม่ว่าสาเหตุ หรือแนวคิดใดขึ้นมา ก็จะปิดกั้นได้แค่ช่วงสั้นๆ ท้ายที่สุดเทคโนโลยีนั้นก็ต้องถูกถ่ายทอดอยู่ดี การเก็บเทคโนโลยีมีอยู่แค่อย่างเดียวคือ หยิบมาแล้วขายเลย (ถึงกระนั้นก็ต้องมีเทคโนโลยีด้านการบรรจุ และส่งอยู่ดี)

หากหัวหน้าโครงการไม่สามารถโน้มน้าว ทางบริษัทที่ส่งทีมบุกเบิกไปทำงานละก็ คุณจะเสียเวลากับเงินอีกจำนวนมากภายหลัง เพื่อให้ได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีอันเดียวกันนั่นหล่ะครับ ณ ตอนไหนหรือครับ ก็คือตอนที่โรงงานใหม่ผลิตไม่ได้เท่าโรงงานเก่านั่นหล่ะครับ ณ ถึงได้บอกว่า ให้ตั้งใจดีๆ ถ้าทีมดีแต่ไม่มีความรู้ แล้วทีนี้จะทำไงหล่ะครับ

หลุมห้า ก่อสร้างโรงงานและระบบสาธารนูปโภค

ไม่ต้องพูดอะไรมาก นึกถึงวันที่พื้นเอียง พื้นแตก หลังคารั่ว น้ำมันไหน ไฟดับตอนทำงาน ซ่อมหน้าต่าง ประตูไม่เว้นวัน ค่าไฟแพง ค่าแก๊สแพง วันๆ มีแต่ไอเดียจากคนที่ไปเมืองนอก หรือดูงานที่อื่นมาบอกว่า ทำอย่างนู้นอย่างนี้แล้วจะดีขึ้น นึกถึงวันนั้นไว้ก่อนครับ แล้วก็ลองดูว่าตอนนี้ยังเป็นดินเปล่าๆ ทำอย่างไร ใช้ใครดี ถึงจะมีปัญหาพวกนี้น้อยที่สุด อย่าคิดว่าใครๆ ก็ทำได้นะครับ ถามตัวคุณเองก่อนว่า เคยไปดูโรงงานดีๆ มาแล้วกี่ที่ ถ้าไม่ถึง 10 แล้วทำตามความรู้สึก พอวันนึงเจอข้อผิดพลาด แล้วรื้อทำใหม่…. แล้วของเก่านี่หล่ะครับ ใครจ่ายเงินไป เอาไปทำอย่างอื่นจะดีกว่าไหม งานนี้ไม่ยากเย็นอะไร แต่ว่าอย่าให้ตัวคุณไม่ได้ไปดูตัวอย่างดีๆ เงินที่ต้องมาเสียไปเพราะไม่ยอมทำการบ้านให้หนักนี่น่าเจ็บใจ ดังนั้นช่วงเวลานี้ ไม่ต้องมองใครที่ไหนครับ ตัวคุณที่เป็นคนไปดูโรงงานมาเป็นสิบๆ โรงงานนี่หล่ะครับ คือผู้กำชะตานี้ไว้

หลุมหก การเลือกใช้ระบบสารสนเทศ

ทำไมญี่ปุ่นถึงลดต้นทุนได้ดี เพราะเค้าจัดการสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ได้ดี เปลี่ยนลูก เปลี่ยนไม้เมื่อไหร่ ยี่ห้ออะไร ยืนแบบไหน พวกนี้เค้าจัดการจนหมด ที่เรียกว่าลีนนี่คือลีนจริงๆ การใช้สารสนเทศในโรงงานเป็นเรื่องสำคัญมาก รองๆจากการเลือกที่ตั้งโรงงานเลย มันง่ายกว่าตรงที่ว่าเรารื้อระบบได้ แต่มันยากตรงที่ว่าจะไปรื้อระบบตอนไหนหล่ะครับในเมื่อโรงงานมันต้องใช้ระบบอยู่ อันดง โพกาโยเกะ เก็บข้อมูลคุณภาพ การแสดงผลเวลาจริง ดาต้าเบส เซิร์ฟเว่อร์ การจัดส่งคอมโพเน้นท์ จัสอินทาม เหล่านี้เป็นต้น เจ้าหน้าที่สารสนเทศคุณมาจากไหน รู้จักระบบอะไรมาแล้วบ้าง ถ้าบอกว่าเคยรู้จักระบบนึงมาใช้มา ดีมากๆ แต่เป็นเมื่อ 5 ปีแล้ว ต้องถามต่อว่าตอนติดตั้งมันมีปัญหาอะไรบ้าง แล้วตอนนี้ระบบอะไรดีกว่า ถ้าตอบไม่ได้ก็อย่าใช้เลยครับ

  • สารสนเทศการผลิตเปลี่ยนแปลงทุก 1-2 ปี มันอยู่ระหว่างการเปลี่ยนแปลงรถยนต์และมือถือ ไม่ได้เปลี่ยนเหมือนเฟิร์มแวร์มือถือ แต่ก็ไม่ได้ล่าช้าเหมือนเปลี่ยนการแสดงผลหน้าปัทม์รถยนต์

ให้ความสำคัญกับใครดีครับช่วงนี้ ต้องฟังคน สามคน คนที่ทำสารสนเทศเสร็จหมาดๆ ของโรงงานไหนสักโรงนึงในเครือเรา อีกคนก็คือคนที่รับผิดชอบสารสนเทศของโรงงานใหม่ และอีกคนนึงก็คือเซลส์ขายระบบสารสนเทศที่จะแวะเวียนเข้ามาบอกคุณว่า โรงงานเมกาทำนู่น โรงงานยุโรปทำนี่ โรงงานญี่ปุ่นทำนั่น อะไรดี อะไรไม่ดี ข้อมูลพวกนี้จะเข้ามาเอง รับฟังแล้วเอามาย่อยรวมกัน แล้ววันนึงก็จับคนสามคนนี้มานั่งคุยกัน คุณจะได้งานดีครับ

เครื่องจักรมาดีทำงานได้เรียกว่าได้มาแล้ว 80% ถ้าไอทีไม่ดี ไอ้ที่ดูดีนั้นมันจะกลายเป็น 0% ได้ ความน่าเชื่อถือมันอยู่ตรง 20% นั้นนะครับ ระวังให้ดี

หลุมเจ็ด การติดตั้งเครื่องจักร

การติดตั้งเครื่องจักร เป็นแค่การบริหารเงินตามเวลาที่กำหนด ถ้าคุณไม่ตกหลุมสาม หลุมสี่  หลุมนี้ คล้ายๆ สองหลุมนั้นรวมกัน ถ้าจับทางตอนเลือกเครื่องจักรได้ ส่งเอกสารสัญญาไว้ดี ถ่ายทอดเทคโนโลยีให้ทีมบุกเบิกดี เงื่อนไขการติดตั้ง การอบรม การทำชิ้นงานคุณภาพได้ดี งานนี้ก็ปลอดภัยหายห่วง

  • สิ่งที่จะเจอก็คือ มีชิ้นงานทดสอบทันเวลาไหม ถ้าไม่ทันจะทำอย่างไรดี อย่ามัวแต่เอาเวลาเป็นสำคัญครับ เอาคุณภาพไว้ก่อน งานติดตั้งเครื่องจักร์ ไม่ใช่ปัญหาของเงิน แต่เป็นปัญหาทางเวลา ให้คนที่บริหารโครงการมาเป็นหัวเรือใหญ่ คู่ไปกับผู้เชี่ยวชาญระบบคุณภาพของสินค้า คุณจะได้งานดีจากการทำงานของคนทั้งสองคนนี้ ตัดหัวหน้าฝ่ายการเงินกับฝ่ายผลิตออกไปจากห้องประชุมได้เลย (แต่มีข้อแม้นิดนึงว่าสองคนที่หามานี้ต้องเป็นมือดีของโรงงาน ไม่ใช่มือป่วนนะครับ)
  • ปัจจัยที่จะทำให้การติดตั้งเครื่องจักรช้าก็คือ การเปลี่ยนแปลงแบบ การเปลี่ยนใจของลูกค้า และผู้ผลิตชิ้นส่วนต้นน้ำ การหาชิ้นงานตัวอย่างส่งไปยังบริษัทผู้ผลิตเครื่องจักรเพื่อทดสอบระยะแรก ระยะกลาง และทดสอบก่อนส่งเครื่องจักรจริง ถ้าคุณมีเวลา ใจเย็น ไม่ปล่อยให้ใครมาบังคับ ก็ไม่มีอะไรยากเกิน

จะให้ความสำคัญใครไม่ได้เลยนอกจาก ทีมบุกเบิกทุกหน่วยงาน กับหัวหน้าโปรเจค นอกจากคนแล้วต้องให้ความสำคัญเอกสารด้วย การติดตามความคืบหน้า การเก็บระบบเอกสารสำคัญ หรือหลักฐานสำคัญ และอย่าให้แรงกดดันเป้าหมายการผลิตมาทำให้คุณไม่สนใจความน่าเชื่อถือของเครื่องจักรเป็นอันขาด

 อย่างที่บอก หลุมนี้เหมือนหลุมสาม หลุมสี่ รวมกับมีจุดหลอกคือ มีการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ จากสิ่งแวดล้อมที่คุมไม่ได้ คุณต้องระวังหลุมสามกับสี่ให้ดี ต้องรอสิ่งแวดล้อมให้นิ่งก่อนตัดสินใจ อย่ารีบร้อน แต่ถ้าถูกกดดันทางเวลาละก้อเตรียมใจได้เลยว่าหลุมนี้ และก็ไม่แน่อาจจะรวมไปถึงทางข้างหน้า ก็อาจจะเซ ดึงผลงานกลับมายากก็ได้

หลุมแปด การบรรจุบุคลากรครบรูปแบบ

จากทีมบุกเบิก 10-20 คนก็ถึงเวลา บรรจุพนักงาน 100-300 คนให้ครบฟังก์ชันหล่ะครับ พนักงานตั้งแต่ทีมเมมเบอร์ ทีมลีด ซุป วิศวกร เจ้าหน้าที่แล็บ คนบรรจุแพ็ก เจ้าหน้าที่สารสนเทศ ผู้ดูแลการอบรม บัญชี จัดซื้อ ทุกๆตำแหน่ง สำคัญอย่างมากมาย เพราะคุณไม่สามารถทำทุกอย่างในโรงงานใหม่ได้ด้วยคนเก่งหรือคนที่มีความรู้แค่ 10-20 คน

ช่วงเวลาจัดสรรที่สั้น แต่ต้องระวังมากอย่างนี้ ต้องลงมาดูด้วยตัวเอง โดยมีที่ปรึกษาฝ่ายบุคคลและทีมบุกเบิกมาช่วยเหลือ พลาดก็แก้ไขได้

แต่คุณก็คงไม่อยากแก้ตัวใช่ไหมครับ สิ่งที่ต้องระวังสั้นๆ แต่ก็ได้ใจความ คนที่รับใหม่รู้หน้าที่หรือไม่ รู้แล้วทำได้หรือยัง ถ้าไม่รู้ต้องถามฝ่ายบุคคลกับทีมบุกเบิก รึไม่ก็ถามตัวเองว่า JD มีให้เค้ารึยัง ไม่ใช่ว่ามีในหนังสือพิมพ์เวลาจะรับ แต่เวลาจะใช้อยากจะใช้แบบอื่น อันนี้โทษใครไม่ได้แล้ว ถ้ารู้หน้าที่แล้วแต่ยังทำไม่ได้ คุณรู้ว่าใครควรจะเป็นคนสอน ก็ให้เวลาคนสอนกับเวลาคนเรียนอย่างจริงจัง ไม่ถึงเดือน ก็เข้าที่แล้วครับ คำถามถามตัวเองพวกนี้สำคัญ

  • ฝ่ายซ่อมบำรุงรู้จักเครื่องรึยัง แบ็คอัพเป็นรึยัง ซื้อสแปร์พาร์ทรึยัง
  • ทีมดีไซน์ตามแบบต่อเนื่องหรือไม่ เข้าใจแบบจริงหรือเปล่า
  • การเงินจะรั่วไหลหรือไม่ ขั้นตอนมากไปหรือน้อยไป พนักงานทำงานเป็นหรือยัง
  • นโยบายบริษัท สวัสดิการ ตั้งเป้าไว้อย่างไร อยู่ที่เปอร์เซ็นไทน์ที่เท่าไหร่ของเพื่อนบ้าน ใครจัดการอยู่
  • ผู้จัดการทุกแผนกรู้บทบาทตัวเองไหม มีแนวทางป้องกันความผิดพลาดของลูกน้องตนอย่างไร
  • พนักงานเดินพาโทลตรวจเครื่อง รู้จริงหรือไม่ว่าจะตรวจอะไร
  • พนักงานคุณภาพวัดสินค้าได้จริงหรือเปล่า วัดทุกรอบเวลาเท่าไหร่
  • กรุ๊ปลีด ใช้คนใช้เครื่องเป็นหรือไม่ ของทิ้งของเสีย จัดการอย่างไร  รู้เป้าหมายระยะสั้นหรือยัง
  • ทีมลีดมีความระมัดระวังแค่ไหน จดบันทึกข้อมูลรายวันไว้รึเปล่า เล่นเครื่องมากไปหรือไม่
  • จัดซื้อเลือกซัพพลายเออร์โอเคไหม มีมาตรฐานการทำงานแค่ไหน
  • เจ้าหน้าที่สาระสนเทศตรวจสอบข้อมูลผลิตเป็นหรือไม่
  • มีของหายในโรงงานรึเปล่า นับสินค้าคงคลังอย่างไร
  • ความปลอดภัย และสวัสดิการพนักงานมีผู้ดูแลหรือไม่
  • เครื่องจักรใหม่ ใครเป็นผู้ดูแล ถ้าคนนั้นออกไปใครดูแทน

งานนี้อยาจะเปรียบเทียบเหมือนจับปูใส่กระด้งในเวลาจำกัดซะมากกว่า เพราะคุณต้องจับปูที่กำลังออกนอกกรอบไปอย่างไร้ทิศไร้เวลา จับตัวโน้นเข้า ตัวนี้ก็จะออก สิ่งที่ต้องทำก็คือจับไปมัดไป เอาตัวที่มัดไปอยู่ในกรอบคุณต้องการ แล้วก็เอาไปกันเจ้าตัวที่เหลือๆ อยู่ให้ออกนอกกรอบยากขึ้นไป กันกันเอาไว้ให้เวลาพอที่คุณจะจับมัดตัวอื่นไปวางในกรอบเสร็จครบในเวลาที่ต้องการ

หลุมเก้า การ Integrate ระบบโรงงาน

งานนี้ยุ่งแน่นอนไม่มีทางเป็นอย่างอื่นไปได้ เป็นงานยุ่งที่ยากซะด้วย ยกเว้นว่าคุณมีผู้ช่วยที่ช่ำชองระบบ มีเวลาเพียงพอ และจังหวะดีจริงๆ เพราะระบบที่ว่านี่คือ ทำให้สิ่งมีอยู่ในโรงงานคุณทำงานประสานกันอย่างไร้ตะเข็บ ตั้งแต่ ฝ่ายรับออร็เด้อ ฝ่ายผลิต สารสนเทศ โลจิสติกส์ ไฟแนนซ์ บุคคล เซฟตี้ ซ่อมบำรุง คุณภาพ วิศวกรรม พัฒนา ดีไซน์ จัดซื้อทั้งทางตรงและทางอ้อม สิ่งที่ต้อง Integrate เรียกว่าจาก Shop floor -> Plant Floor -> Enterprise เลยทีเดียว สิ่งที่แนะนำได้ตอนนี้คือต้องเตรียมตัวล่วงหน้า ต้องเก็บข้อมูลขนานกับการทำเรื่องอื่นๆ คุณต้องหาตัวช่วยดีๆ มาอยู่ด้วยสัก 4-5 เดือน คนที่ควรให้ความสำคัญตอนนี้คือทีมสารสนเทศ ที่เคยทำที่โรงงานอื่นในเครือมาแล้ว และที่ปรึกษาการจัดการโรงงาน ไม่ว่าจะเป็นคนในหรือคนนอกก็ตาม ถ้าได้สองคนนี้มานั่งอยู่ด้วย ก็เซฟครับ รับรองได้

พักไว้แค่นี้ก่อนครับ แล้วค่อยไปต่อกับเก้าหลุมที่เหลือ

  • หลุมสิบ การทำระบบสอบกลับ
  • หลุมสิบเอ็ด การกำหนดเป้าหมายองค์กร
  • หลุมสิบสอง การปลูกฝังค่านิยมโรงงาน
  • หลุมสิบสาม การรับมือกับความผิดพลาด
  • หลุมสิบสี่ การถ่ายทอดระบบบริหาร
  • หลุมสิบห้า เมื่อล้อหมุนครบหนึ่งรอบ
  • หลุมสิบหก การให้ความสำคัญกับระบบซ่อมบำรุง
  • หลุมสิบเจ็ด การให้ความสำคัญกับโลจิสติก
  • หลุมสิบแปด เมื่อล้อหมุนสองรอบ

บรรจงเขียนโดย: thaigoodpost.com
บทความนี้สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2539